ลำโพง d&b ที่สุดของระบบเสียงคุณภาพระดับโลก


ลำโพง d&b ที่สุดของระบบเสียงคุณภาพระดับโลก

“หากมีการจัดอันดับลำโพงคุณภาพยอดเยี่ยมในระดับโลกเชื่อว่าลำโพงยี่ห้อ d&b audiotechnik ต้องติด ท็อป 5 ของโลกอย่างแน่นอน บางท่านอาจยังไม่รู้จักแบรนด์ d&b บางท่านอาจจะเคยได้ฟังได้ยินเสียงมาบ้างแล้ว แต่อาจจะยังไม่รู้รายละเอียดข้อมูลความเป็นมาของแบรนด์นี้ “

     บทความชิ้นนี้จะพาท่านมารู้จักลำโพงแบรนด์ d&b ในมุมที่ชัดเจนขึ้น สำหรับ d&b เป็นแบรนด์หนึ่งที่มีชื่อเสียงในด้านการผลิตลำโพงและเพาเวอร์แอมป์มานาน หัวใจหลักของแบรนด์นี้คือมีเทคโนโลยีที่ล้ำหน้าคู่แข่ง เช่นระบบ อาร์เรย์โพรเซสซิ่ง (Array Processing) ซึ่งจะทำหน้าที่ประมวลผลสัญญาณเสียงที่ปล่อยออกสู่ลำโพง d&b ให้ทำงานอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด รวมถึงระบบดิจิตอลเพาเวอร์แอมป์ที่ถูกออกแบบมาเพื่อใช้งานร่วมกับซอฟต์แวร์ของ d&b โดยตรง

กล่าวได้ว่า d&b เป็นแบรนด์ระดับโลกที่หาตัวจับยาก ศิลปินระดับโลกหลายคนให้ความไว้วางใจ เช่น Madonna, Rolling Stone, MUSE, Maroon 5 รวมทั้งยังถูกนำไปติดตั้งในอาคารสถานที่ต่างๆ ซึ่งเป็นงานประเภท Install เช่น ผับบาร์ โบสถ์ สนามกีฬา ฯลฯ

ความเป็นมา

     สำหรับ d&b มีชื่อเต็มว่า d&b audiotechnik เป็นลำโพงสัญชาติเยอรมัน เริ่มก่อตั้งเมื่อปี 1981 อยู่ในเมืองแห่งหนึ่งทางตอนเหนือของ Stuttgart โดยเกิดจากความร่วมมือของคนสองคน คนแรกเป็นนักอิเล็กทรอนิกส์ อีกคนเป็นนักอคูสติก (Jürgen Daubert, Rolf Belz) ทั้งคู่ได้เริ่มจากการสร้างโรงงานเล็กๆ จนในที่สุดได้ขยายเป็นโรงงานขนาดใหญ่

กว่า 3 ทศวรรษ d&b audiotechnik มีการเติบโตทางธุรกิจและได้รับความไว้วางใจจากลูกค้าทั่วโลก ลำโพง d&b มีตัวแทนจำหน่ายครอบคลุมกว่า 70 ประเทศทั่วโลก มีทั้งรูปแบบขายสินค้าผ่านตัวแทนจำหน่ายที่มีความรู้ความสามารถการออกแบบและการแก้ปัญหาในระบบ รวมถึงการเข้าไปตั้งสำนักงานเองเพื่อควบคุมมาตรฐานและให้ดำเนินงานได้อย่างมีระบบ

ทำไมต้องเป็น d&b

     หากใครต้องการระบบเสียงที่มีคุณภาพดี ไม่ว่าจะเป็นศิลปินชั้นนำระดับโลก หรือเจ้าของผับบาร์ที่ต้องการลงทุนกับระบบเสียงดีๆ หรือจะเป็นศาสนสถาน โรงเรียน โรงพยาบาล สนามกีฬา ห้องประชุม ลำโพง d&b มักจะเป็นตัวเลือกในการพิจารณาเป็นอันดับต้นๆ เมื่อสินค้ามีคุณภาพที่ดี ผู้ใช้ย่อมให้ความสำคัญ ให้ความไว้วางใจ

สังเกตว่าลำโพง d&b จะถูกระบุไว้ในไรเดอร์ของศิลปินหลายคน ไม่ว่าพวกเขาจะไปทัวร์คอนเสิร์ตที่ใด ประเทศไหน พวกเขาจะใช้ลำโพงแบรนด์นี้เสมอ ไม่ว่าจะเป็นกรณีของการขนไปเองหรือเช่าผ่านบริษัทเครื่องเช่าก็ตาม เราทราบกันดีว่าลำโพงแต่ละแบรนด์แต่ละยี่ห้อต่างมีเอกลักษณ์บางอย่างต่างกัน แม้จะมีเสียงเหมือนกัน แต่ว่าจะมีความต่างในตัวเอง

**โดยนโยบายหลักของ d&b จะขายเป็นซิสเท็ม ไม่มีการขายแยกลำโพง แยกเพาเวอร์แอมป์ เหตุผลหลักคือบริษัทต้องการควบคุมคุณภาพเสียงให้ออกมามาตรฐานเดียวกันไม่ว่าจะไปโชว์หรือติดตั้งที่ไหนก็ตาม**

ส่วนในลักษณะการเซตระบบ d&b จะเริ่มจากการออกแบบหรือการดีไซน์บนซอฟต์แวร์เฉพาะ โดยผู้ออกแบบจะต้องป้อนข้อมูลอาคารสถานที่จะติดตั้งลำโพงเข้าไปในซอฟต์แวร์ จากนั้นซอฟต์แวร์จะแปลงคำสั่งเชื่อมต่อไปที่เพาเวอร์แอมป์ แล้วเพาเวอร์แอมป์จะส่งสัญญาณไปที่ลำโพงตามคำสั่งที่ถูกออกแบบไว้

ระบบเสียงของ d&b

     ระบบเสียงของ d&b ไม่ได้มีเฉพาะลำโพงเพียงอย่างเดียว แต่ประกอบด้วยอุปกรณ์อื่นๆ ที่หลากหลาย เริ่มจากส่วนที่เป็นลำโพง อุปกรณ์แมคกานิคเชิงกลที่ใช้ติดตั้ง เพาเวอร์แอมป์ ซอฟต์แวร์ที่ใช้ออกแบบสำหรับการคาดเดาผลล่วงหน้า และรีโมทแบบรวมศูนย์เพื่อช่วยให้เกิดประสิทธิภาพในการติดตั้งจริง แนวทางนี้ถูกใช้มายาวนาน คือเป็นการสร้างระบบแบบผสมผสานให้มีความสมบูรณ์แบบ ทุกองค์ประกอบในระบบจะถูกกำหนดหน้าที่ในการทำงานอย่างแม่นยำและมีการบูรณาการอย่างรอบด้านเพื่อให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด

ลำโพงทุกใบของ d&b จะมีลักษณะเสียงที่เหมือนกัน ผู้ใช้จึงมั่นใจได้ว่าเมื่อทำงานกับลำโพง d&b ไม่ว่าจะอยู่แห่งหนใดจะได้คุณภาพเสียงเดียวกัน ลำโพงจะไม่มีการแยกคาเร็กเตอร์เสียง เพาเวอร์แอมป์ทุกตัวจะให้โทนเสียงแบบเดียวกัน เมื่อเรานำลำโพงหลายๆ ซีรี่ส์มาใช้ร่วมกันจะไม่เกิดปัญหาคาเร็กเตอร์เสียงตีกัน เพาเวอร์แอมป์ทุกตัวจะมีภาค DSP (Digital Signal Processing) ที่ใช้ประมวลผลสัญญาณ มันจะทำงานโดยการจัดการกับลำโพงด้วยฟังก์ชันที่ชาญฉลาด สามารถควบคุมผ่านรีโมทในระยะไกล ตอบโจทย์การทำงานได้อย่างแท้จริง

d&b มีซอฟต์แวร์หนึ่งที่ชื่อว่า ArrayCalc จะช่วยให้ผู้ใช้สามารถออกแบบระบบเสียงได้อย่างสมบูรณ์ผ่านระบบการออกแบบที่สามารถคาดเดาผลล่วงหน้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ ข้อมูลชุดสุดท้ายที่ถูกออกแบบไว้จะถูกนำไปคำนวณผ่านซอฟต์แวร์ควบคุมระยะไกลที่ชื่อ d&b R1 มีกราฟิกอินเทอร์เฟซที่ช่วยให้ผู้ใช้สามารถใช้งานง่าย สามารถควบคุมและตรวจสอบการทำงานของระบบจากส่วนกลางได้อย่างแม่นยำและสมบูรณ์

ประเภทของลำโพง d&b

     ปัจจุบันลำโพง d&b แบ่งออกเป็น 2 กลุ่มใหญ่ คือกลุ่มใช้สำหรับงานติดตั้งถาวรหรือ Installation และกลุ่มงาน Mobile ซึ่งเหมาะกับงานทัวร์คอนเสิร์ตที่มีขนย้าย ทั้งหมดมีจำนวนกว่า 10 ซีรี่ส์ ได้แก่ E-Series, J-Series, Monitors, SL-Series, T-Series, V-Series, Y-Series, xA-Series, xC-Series, xS-Series และซับวูฟเฟอร์ กลุ่มโมบายจะเป็นลำโพงสำหรับใช้งานทัวร์ ลักษณะงานที่มีการเคลื่อนย้ายบ่อย ส่วนกลุ่ม Install จะเป็นงานที่ติดตั้ง ซึ่งมีทั้งติดตั้งในและนอกอาคาร โดยในการติดตั้งสามารถเลือกแอปพลิเคชันได้หลายอย่าง และมีออปชันให้เลือกอีกด้วย

  • E-Series 

E-Series เป็นลำโพงรูปทรงคล้ายแผ่นโปสการ์ด รุ่นใหญ่สุดจะมีความสูง 58 เซ็นติเมตร แต่คาเร็กเตอร์จะเหมือนกัน ในซีรี่ส์นี้ประกอบด้วยรุ่น E4, E5, E6, E8 และ E12 / E12-D, E12X-Sub, E15X-Sub จุดเด่นของลำโพงซีรี่ส์นี้คือมีน้ำหนักเบา สามารถติดตั้งได้ทั้งแนวนอนและแนวตั้ง มีความยืดหยุ่น ตัวลำโพงถูกออกแบบให้มีรูปทรงกระทัดรัด สามารถนำไปติดตั้งเพื่อใช้งานตามความเหมาะสมของสถานที่นั้นๆ E-Series เหมาะกับงานดนตรี งานพูด เสียงตามสาย สามารถติดตั้งแบบ Stand-alone ให้เสียงแบบลำโพงฟูลเร้นจ์ สามารถติดตั้งแบบแขวนหรือการวางบนขาตั้ง สามารถติดตั้งเป็นแบบ Stack ร่วมกับตู้ซับวูฟเฟอร์รุ่น B4-Sub ได้ สามารถปรับตัวเข้ากับสภาพอากาศได้ดี


  • J-Series

J-Series เป็นอีกหนึ่งซีรี่ส์ที่ถูกออกแบบมาเพื่อใช้รองรับสเกลงานที่มีขนาดใหญ่ๆ ได้ ให้เสียงที่สมูธ ตอบสนองไดนามิกเร้นจ์ที่ดี ตอบสนองย่านความถี่ได้ดี รองรับกำลังขับสูง และมีเฮดรูมที่สูง J-Series สามารถใช้กับดนตรีทุกแนวเพลง รุ่นที่โดดเด่นคือ J8 และ J12 มีมุมกระจายเสียง 80 องศา และ 120 องศา ตามลำดับ ทั้ง 2 รุ่นเป็นลำโพงไลน์อาร์เรย์ที่มีการควบคุมการกระจายเสียงได้คงที่ สำหรับลำโพงที่ใช้ขับย่านความถี่ต่ำในซีรี่ส์นี้คือรุ่น J-Sub และ J-INFRA ทั้ง 2 รุ่นเป็นลำโพงซับวูฟเฟอร์ที่มีแพทเทิร์นกระจายเสียงเป็นคาร์ดิออยด์ซับวูฟเฟอร์


  • Monitors

Monitors เป็นลำโพงสเตจมอนิเตอร์ สำหรับวางบนเวทีคอนเสิร์ต หรือใช้เป็นมอนิเตอร์สำหรับศิลปิน โดยมีด้วยกันทั้งหมด 4 รุ่นได้แก่ M2, M4, M6 และ MAX2 ลำโพงสเตจมอนิเตอร์ของ d&b เป็นลำโพงชนิด 2 ทาง มีมุมกระจายเสียงให้เลือกหลายแบบทั้ง 75 องศา 50×80 องศา 50×70 องศา และ 45×60 องศา


  • SL-Series

SL-Series เป็นลำโพงรุ่นใหม่ที่ใช้ชื่อรหัสเต็มว่า GSL ถูกดีไซน์ขึ้นมารองรับงานสเกลขนาดใหญ่ เป็นลำโพงไลน์อาร์เรย์ มีฟีเจอร์ที่โดดเด่นเหนือใคร ประกอบด้วยรุ่น GSL8 และ GSL12 เป็นลำโพงฟูลเร้นจ์ มีแพทเทิร์นคล้ายกับคาร์ดิออยด์ เก็บพลังงานเสียงด้านข้างออกไปด้านหน้า มาพร้อมกับตู้ซับวูฟเฟอร์รุ่น SL-SUB และ SL-GSUB มีแพทเทิร์นการกระจายเสียงแบบคาร์ดิออยด์ซับวูฟเฟอร์


  • T-Series

T-Series เป็นลำโพงไลน์อาร์เรย์ขนาดเล็ก สามารถติดตั้งในรูปแบบไลน์อาร์เรย์ทั่วไป ที่ต่างไปคือสามารถติดตั้งเป็นพ้อยน์ซอร์สได้ T-Series เหมาะกับงานที่ต้องการระบบเสียงขนาดเล็กถึงขนาดกลาง โดยประกอบด้วยรุ่น Ti10L, Ti10P ส่วนลำโพงซับวูฟเฟอร์มีรุ่น T-Sub และ Ti-Sub ลำโพงไลน์อาร์เรย์สามารถใช้กับ B4-Sub ได้


  • V-Series

V-Series เป็นลำโพงไลน์ที่ได้รับความนิยมสูง สามารถเลือกรูปแบบติดตั้งทั้งแบบไลน์อาร์เรย์และแบบพ้อยน์ซอร์ส V-Series ตอบโจทย์งานทุกรูปแบบไม่ว่าจะเป็นงานขนาดกลางไปจนถึงขนาดใหญ่ ซีรี่ส์นี้เป็นลำโพงแบบ 3 ทาง เช่น V8 และ V12 ควบคุมความถี่ได้ต่ำถึง 250Hz ส่วนพ้อยน์ซอร์สจะเป็นรุ่น V7P และ V10P สำหรับลำโพงซับวูฟเฟอร์สามารถแขวนได้นั่นคือ V-Sub และยังมี V-GSUB, Vi-GSUB และ Vi-SUB


  • Y-Series

Y-Series เป็นลำโพงเจเนอเรชันใหม่ของพ้อยน์ซอร์ส มาพร้อมซับวูฟเฟอร์ที่เหมาะกับแอปพลิเคชันขนาดเล็กไปถึงขนาดกลาง สามารถติดตั้งได้ทั้งคอนเสิร์ตธรรมดาไปจนถึงการติดตั้งในโบสถ์ Y-Series ผลิตด้วยไดรเวอร์ขนาด 8 นิ้ว รุ่นที่มีน้ำหนักเบาคือ Y7P, Y10P มีมุมกระจายเสียง 75 องศา และ 110 องศาตามลำดับ ส่วน Y8 และ Y12 เป็นไลน์อาร์เรย์ที่มีมุมกระจายเสียง 80 องศา และ 120 องศาในแนวนอน สามารถแชร์ความถี่ได้ตั้งแต่ 54Hz ถึง 19kHz สำหรับรุ่นที่เป็นรหัส Yi จะเป็นลำโพงแบบ Install มีตู้ซับวูฟเฟอร์ให้เลือกหลายรุ่นได้แก่ Bi6-SUB, Y-SUB, Yi-SUB และ B6-SUB


  • xA-Series

xA-Series เป็นลำโพงที่มีน้ำหนักเบา ให้มุมกระจายเสียงทั้งกว้างและแคบ สามารถประยุกต์ใช้กับแอปพลิเคชันได้หลากหลาย ทั้งในสนามกีฬาขนาดกลาง โอเปร่าเฮาส์ หอควบคุม และไนท์คลับ ตอบสนองความถี่ตั้งแต่ 60 Hz ถึง 18 kHz ซีรี่ส์นี้เหมาะกับงาน Install มีให้เลือกหลายรุ่น ทั้งตู้พ้อยน์ซอร์สและตู้ซับวูฟเฟอร์ ได้แก่ 10A, 10A-D, 10AL, 10AL-D, 18A-SUB, 27A-SUB


  • xS-Series

xS-Series เป็นลำโพงที่มีให้เลือกหลายขนาด มีแพทเทิร์นกระจายเสียงให้เลือกใช้ตามแอปพลิเคชันที่ต้องการ ถูกออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์การติดตั้งในสถานที่ที่มีข้อจำกัดเรื่องพื้นที่ เช่นร้านอาหาร บาร์ เล้าจ์ และห้องประชุม ห้องสัมมนา รุ่นที่โดดเด่นได้แก่ 24S, 24S-D และ 21S-SUB หากเป็นตู้ขนาดเล็กจะเป็นรุ่น 4S, 5S, 8S และ 10S เลือกมาใช้งานได้ตามพื้นที่ ส่วนตู้ซับวูฟเฟอร์ได้แก่รุ่น 12S-SUB, 21S-SUB และ 27S-SUB


  • xC-Series

xC-Series เป็นลำโพง 2 ทางแบบพาสซีฟ ประเภทคอลัมน์ ประกอบด้วยรุ่น 16C, 24C และ 24C-E ทุกตัวใช้ไดรเวอร์ขนาด 4 นิ้ว มีมุมกระจายเสียง 90 องศา สามารถติดตั้งใกล้ผนังได้โดยไม่มีปัญหากับย่านความถี่ต่ำและกลาง เพราะคลื่นเสียงจะถูกหักล้างออกไปจนไม่มีผลต่อเสียงจริง ลำโพงรุ่นนี้มีความยืดหยุ่นสูงสามารถปรับมุมกระจายเสียงแนวดิ่งให้เข้ากับผู้ฟังได้อิสระ


เพาเวอร์แอมป์

สำหรับเพาเวอร์แอมป์ d&b ทุกตัวสามารถสั่งงานผ่านระบบรีโมทซึ่งเชื่อมต่อกันเป็นระบบเน็ตเวิร์กผ่าน Ethernet หรือ CAN-Bus เพื่อให้ผู้ใช้สามารถจัดการสัญญาณทุกอย่างได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพาเวอร์แอมป์ทุกรุ่นจะมีระบบ DSP อยู่ภายในเครื่อง จึงสามารถจัดการลำโพง d&b ได้ทุกรุ่น พร้อมกับฟังก์ชันที่ใช้สำหรับฟิลเตอร์ความถี่ตามที่ออกแบบระบบไว้

เพาเวอร์แอมป์ d&b ถูกออกแบบขึ้นมาเพื่อเฉพาะ และถือเป็นหัวใจสำคัญของแบรนด์ก็ว่าได้ ไม่ว่าจะเป็นเพาเวอร์แอมป์ขนาด 2 แชนเนลรุ่น D6 และ D12 ซึ่งมีพาราเมทริก 4 แบนด์ความถี่ สามารถตั้งค่า Delay ได้สูงถึง 340ms ในรุ่น 10D, 30D, D20 และ D80 มี EQ 16 แบนด์ความถี่ มีฟิลเตอร์ทั้งแบบ parametric, notch, shelving และ asymmetric มีขนาด 4 แชนเนล รองรับการเชื่อมต่อสัญญาณแบบ AES/EBU ในระหว่างการทำงานสามารถเช็คสถานะอุปกรณ์ เช่นอุณหภูมิ อินพุตและโหลด แรงดันไฟ และการทำงานของพัดลม


ซอฟต์แวร์

d&b มีซอฟต์แวร์ 2 ตัวคือ ArrayCalc และ R1 สำหรับตัว ArrayCalc จะทำหน้าที่เป็นตัวทำนายหรือคาดเดาผลของข้อมูลที่ผู้ใช้ป้อนเข้าไป เพื่อให้ผู้ออกแบบติดตั้งลำโพงตามรีพอร์ตที่ซอฟต์แวร์คำนวณให้ สำหรับ ซอฟต์แวร์ R1 จะเป็นรีโมทซึ่งทำงานผ่านเน็ตเวิร์ก โดยจะเป็นศูนย์กลางในการควบคุมการทำงานของระบบจากคอมพิวเตอร์ที่มีการเชื่อมต่อผ่านระบบเน็ตเวิร์ก โดยข้อมูลของพื้นที่ต่างๆ เช่น ข้อมูลของสถานที่ติดตั้ง ไม่ว่าจะเป็นพื้นที่แบบ Indoor/Outdoor ซึ่งจะประกอบด้วยความกว้าง ความยาว และความสูง

ข้อมูลเหล่านี้ผู้ใช้หรือผู้ออกแบบจะต้องนำมาป้อนเข้าไปซอฟต์แวร์ที่ชื่อ ArrayCalc โดยผู้ออกแบบจะต้องคำนวณออกมาว่า พื้นที่ติดตั้งนั้น จะใช้งานแอปพลิเคชันแบบนี้ และผู้ใช้ต้องการความดัง SPL เท่าไหร่ ต้องการใช้ลำโพงรุ่นไหน หรือประเภทไหน ติดตั้งลักษณะแขวนแบบไหน หรือวางบนขาตั้ง วางบนตู้ซับวูฟเฟอร์ ทุกอย่างจะต้องออกแบบให้ได้ตามที่ต้องการ เมื่อออกแบบเรียบร้อยแล้ว ผู้ใช้จะต้อง Export หรือนำไฟล์ที่ออกแบบเสร็จจาก ArrayCalc ไปใส่ลงในซอฟต์แวร์ R1

สรุปว่าในเรื่องซอฟต์แวร์ของ d&b จะมีซอฟต์แวร์ 2 ตัว คือ ArrayCalc ทำหน้าที่หลักใช้คำนวณพื้นที่ติดตั้ง และซอฟต์แวร์ R1 จะทำหน้าที่เป็นตัวคอนโทรลเพาเวอร์แอมป์ทั้งหมดในระบบ เมื่อผู้ใช้ได้ไฟล์มาใส่ที่ R1 แล้ว ไฟล์นั้นจะถูกส่งไปควบคุมการทำงานของเพาเวอร์แอมป์  แล้วเสียงจะออกจากลำโพงตามที่ได้ออกแบบไว้ ขั้นตอนในการออกแบบผ่านซอฟต์แวร์ ผู้ใช้สามารถทำงานอยู่ที่บ้านก็ได้ บางครั้งอาจไม่ต้องไปทำหน้างาน แค่ผู้ใช้เตรียมข้อ มูลเอาไว้ให้เรียบร้อย เมื่อไปถึงหน้างาน ผู้ใช้เพียงโหลดข้อมูลใส่เพาเวอร์แอมป์ ระบบก็จะทำงานได้เลย


บทสรุป

d&b audiotechnik ถือเป็นแบรนด์ระดับโลกที่มีความน่าเชื่อถือสูง ให้คุณภาพเสียงที่ดี d&b มีลำโพงให้เลือกหลากหลายแบบทั้งลำโพงไลน์อาร์เรย์ ลำโพงพ้อยน์ซอร์ส และลำโพงซับวูฟเฟอร์ มีเพาเวอร์แอมป์ให้เลือกตามความต้องการ รองรับการออกแบบระบบเสียงด้วยซอฟต์แวร์เฉพาะทาง สามารถนำไปใช้ได้ทั้งในส่วนงานติดตั้งถาวร และงานโมบาย จุดแข็งของ d&b นอกจากจะบริหารจัดการระบบง่ายแล้ว ยังเป็นลำโพงที่สามารถควบคุมความถี่ต่างๆ ได้ดี ปรับองศาให้ครอบคลุมพื้นที่ได้อย่างแม่นยำ อีกทั้งระบบเสียงของ d&b ได้ออกแบบมาให้ประหยัดพลังงานอีกด้วย หากต้องการคุณภาพเสียงระดับโลกเลือก d&b รับรองไม่ผิดหวังแน่นอน

บทความโดย : อาจารย์ เดชฤทธิ์ พลเยี่ยม (Bobby Rambo)

ขอขอบพระคุณ: บริษัทฟิวส์ชั่น ฟาร์อีส ตัวแทนและผู้นำเข้าในประเทศไทย


ปรึกษาแนะนำออกแบบระบบเสียงพร้อมเพาเวอร์แอมป์ d&b audiotechnik  ทุกรุ่น

ติดต่อ บริษัทมิวสิคสเปซ จำกัด  022031821  026414744

http://musicspace.co.th   www.soundspacethai.com